จิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou Valley Scenic and Historic Interest Area) หลายคนรู้จักที่นี่ผ่านภาพทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ น้ำตกหลายชั้น และป่าไม้สีแดงทอง ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี หรือฤดูใบไม้ร่วง แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากกลับมาพูดถึง จิ่วจ้ายโกว อีกครั้งหลังจบทริป ไม่ได้มีแค่ความสวยของวิว
มันคือ “ความรู้สึก” ระหว่างการเดินทาง … แม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ความเงียบของป่าไม้ในช่วงเช้า เสียงน้ำไหลที่ดังอยู่ข้างทางเดินไม้ และอากาศเย็นบาง ๆ ที่ทำให้ทุกคน เดินช้าลง ถ่ายรูปได้มากขึ้น โดยไม่รู้ตัว
จากประสบการณ์ในการพาผู้คนเดินทางมายังจิ่วจ้ายโกวหลายครั้ง เรารู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่จุดหมายที่เหมาะกับการ “รีบเก็บให้ครบ” แต่เป็นสถานที่ที่ยิ่งให้เวลา ก็ยิ่งเห็นความงามของมันมากขึ้น
สิ่งแรกที่หลายคนมักพูดเมื่อเห็น จิ่วจ้ายโกว ด้วยตาตัวเอง คือ “สวยกว่าที่คิดไว้มาก”
Contents Hilight
จิ่วจ้ายโกว ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติโดยองค์การ UNESCO มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 (พ.ศ. 2535) และเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล (World Network of Biosphere Reserves) ในปี ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540) มีพื้นที่อนุรักษ์ใจกลางอุทยานกว้างขวางกว่า 72,000 เฮกตาร์ (หรือ 720 ตารางกิโลเมตร) ตั้งอยู่บนความสูงเฉลี่ย 2,000 ถึง 4,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล ส่งผลให้มีสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี
ในเชิงธรณีวิทยา ความมหัศจรรย์ของน้ำในทะเลสาบที่มีเฉดสีฟ้า เขียว และเทอร์ควอยซ์สลับกันนั้น เกิดจากภูมิประเทศแบบคาร์สต์ (Karst Topography) หรือภูมิประเทศหินปูน น้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาหิมะมินซานได้ละลายหินปูนและพาสารแคลเซียมคาร์บอเนต (Calcium Carbonate) มาสะสมในท้องน้ำในปริมาณเข้มข้น เมื่อสารเหล่านี้ตกตะกอนร่วมกับความใสสะอาดของน้ำและการหักเหของแสงแดด จึงเกิดเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม แม้ว่าในปี ค.ศ. 2017 (พ.ศ. 2560) พื้นที่บางส่วนจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.0 แต่ด้วยงบประมาณและแผนฟื้นฟูระบบนิเวศทางวิชาการอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันจิ่วจ้ายโกวได้กลับมาเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวด้วยความสมบูรณ์และโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
พื้นที่ภายในอุทยานแบ่งการเที่ยวชมออกเป็น 3 หุบเขาหลัก จัดวางตัวเป็นรูปตัว Y (หุบเขาซู่เจิ้ง, หุบเขารื่อเจ๋อ และหุบเขาเจ๋อฉาวา) โดยมีจุดลงทะเบียนและพิกัดเด่นทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด ยกตัวอย่างเช่น:
ที่ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยคือ ทะเลสาบห้าสี หรือ Five Flower Lake (五花海 / Wǔhuā Hǎi)
หนึ่งในจุดที่ทำให้หลายคนหยุดเดิน และรีบหามุมถ่ายภาพโดยไม่รู้ตัว …ผืนน้ำสีฟ้าเขียวใสราวกระจกทำให้เราเห็นรายละเอียดใต้น้ำอย่างน่าชัดเจน น้ำดูเหมือนไม่ลึก แต่จริงๆลึกเกิน 5เมตร และเมื่อถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ป่าไม้รอบทะเลสาบจะสะท้อนเฉดสีแดง ส้ม และทองลงบนผิวน้ำอย่างงดงาม ทะเลสาบดอกไม้ห้าสี หรือ Five Flower Lake คือ ความอลังการของธรรมชาติ และมักถูกมองว่าเป็น หนึ่งในสัญลักษณ์หลักของ จิ่วจ้ายโกว
การเลือกช่วงเวลาเดินทางไปเยือนจิ่วจ้ายโกวขึ้นอยู่กับทัศนียภาพและสภาพอากาศที่ผู้เดินทางต้องการสัมผัส เนื่องจากแต่ละฤดูกาลมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทางนิเวศวิทยา:
| ฤดูกาล (Seasons) | ช่วงเดือน (Months) | ไฮไลท์และทัศนียภาพ (Key Features) | รูปแบบการท่องเที่ยว (Travel Style) |
| ฤดูใบไม้ร่วง | ตุลาคม – พฤศจิกายน | ผืนป่าเปลี่ยนสีเป็นเฉดสีแดง ส้ม และทอง สะท้อนตัดกับผิวน้ำสีฟ้า | ช่วงหนาแน่นที่สุด (Peak Season) เหมาะสำหรับสายถ่ายภาพธรรมชาติ |
| ฤดูร้อน | มิถุนายน – สิงหาคม | ผืนป่าเขียวขจี ปริมาณน้ำในน้ำตกและทะเลสาบมีความสมบูรณ์สูงสุด อากาศเย็น | เหมาะสำหรับการเดินศึกษาธรรมชาติและหลบความร้อน |
| ฤดูหนาว | ธันวาคม – กุมภาพันธ์ | ทัศนียภาพหิมะ ผิวน้ำบางส่วนจับตัวเป็นน้ำแข็ง ทิวทัศน์โทนสีขาวสงบ | เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความหนาวเย็น ประชากรนักท่องเที่ยวน้อย |
| ฤดูใบไม้ผลิ | มีนาคม – พฤษภาคม | ต้นไม้เริ่มผลิใบอ่อน อากาศเย็นสบาย น้ำแข็งเริ่มละลายเพิ่มปริมาณน้ำ | เหมาะสำหรับทริปพักผ่อน เดินเที่ยวสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ |
เราเคยเห็นลูกค้าหลายคนชอบคนละฤดู
บางคนหลงรักสีของใบไม้ ในฤดูใบไม้ร่วง บางคนกลับชอบความนิ่งของฤดูหนาวมากกว่า
และนั่นทำให้จิ่วจ้ายโกวเป็นสถานที่ที่หลายคนอยากกลับมาอีกครั้งในฤดูกาลที่ต่างออกไป
จิ่วจ้ายโกวเป็นอุทยานธรรมชาติขนาดใหญ่ และมีจุดชมวิวจำนวนมาก แต่จากประสบการณ์จริง เราเชื่อว่าทริปที่ดีไม่จำเป็นต้องพยายามเก็บทุกจุดในวันเดียว เราอาจจะใช้เวลา 2 วันในการเข้าไปเที่ยวชมในอุทยาน หรือถ้ามีเวลามากกว่านั้น อาจจะเป็น 3 วัน สำหรับสายท่องเที่ยวถ่ายภาพตัวจริง บางครั้ง การได้นั่งพักริมทะเลสาบเงียบ ๆ แล้วถ่ายรูป หรือเดินช้า ๆ บนทางไม้ท่ามกลางป่าใบไม้เปลี่ยนสี แล้วถ่ายคลิปวิดิโอ กลับเป็นช่วงเวลาที่หลายคนจำได้มากที่สุด
โดยเฉพาะสำหรับครอบครัว หรือผู้สูงอายุ จังหวะของการเดินทางสำคัญมากกว่าความแน่น ของโปรแกรม เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้คนประทับใจ ไม่ใช่จำนวนสถานที่ที่ไปครบ แต่คือความรู้สึกระหว่างทาง การเดินทางที่ดี ควรทำให้ทุกคน “สบายใจ”
และความทรงจำที่ดีที่สุด มักจะเกิดจากการได้เดินทางอย่าง สบายใจ ร่วมกับคนสำคัญ เช่นพ่อ, แม่, ลูก, เพื่อนสนิท หรือแม้แต่คู่รัก
จิ่วจ้ายโกวอยู่ในพื้นที่ภูเขาสูง และบางช่วงมีอากาศเย็นและบางจุดอาจจะต้องเดินพอสมควร การวางแผนที่ดีจึงช่วยให้การเดินทางสบายขึ้นมาก สิ่งที่เราให้ความสำคัญเสมอคือ:
(Ecological Harmony: Why Jiuzhaigou Remains a Top Sustainable Destination)
ความโดดเด่นที่ทำให้นักเดินทางจำนวนมากตัดสินใจกลับมาเยือนอุทยานแห่งนี้ซ้ำในฤดูกาลที่แตกต่างกัน ไม่ได้เกิดจากความสวยงามของทะเลสาบเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืนขององค์ประกอบทางธรรมชาติ ทั้งระบบแร่ธาตุในผืนน้ำ ป่าไม้ที่เปลี่ยนเฉดสีตามอุณหภูมิ แนวเขาสูง และทิศทางของแสงแดดในแต่ละช่วงวัน การได้มาสัมผัสพื้นที่ที่ธรรมชาติได้รับการปกป้องและฟื้นฟูอย่างเข้มงวด ช่วยให้ผู้มาเยือนได้รับพลังงานความสดชื่นและเกิดความเข้าใจในคุณค่าของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
(Sichuan-Qinghai High-Speed Railway Stations: Songpan vs. Huanglongjiuzhai)
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมด้วย เส้นทางรถไฟสายเสฉวน-ชิงไห่ (Sichuan–Qinghai Railway) เปิดบริการบางช่วงตั้งแต่ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) ช่วยย่นเวลาเข้าถึงอุทยานได้มาก สำหรับผู้เดินทางสามารถเลือกใช้สถานีรถไฟความเร็วสูงที่มีทำเลใกล้เคียงกับจิ่วจ้ายโกวได้ 2 สถานีหลัก ซึ่งมีลักษณะทางกายภาพต่างกันดังนี้:
(Self-Guided Travel Option: High-Speed Railway Analysis and Local Transit)
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจัดการเดินทางด้วยตัวเอง การสำรองตั๋วรถไฟความเร็วสูงและรถสาธารณะล่วงหน้าเป็นสิ่งจำเป็น จากข้อมูลตารางเดินรถและเวลาจองขบวนล่าสุดผ่านแพลตฟอร์มเดินทางระดับโลกอย่าง Trip.com รอบเวลาเดินรถไฟจาก สถานีเฉิงตูอีสต์ (Chengdu East) ที่เหมาะสมต่อการวางแผนทริป มีรายละเอียดดังนี้:
ข้อจำกัดในทางปฏิบัติ: การเลือกเดินทางด้วยตัวเองจะมีความท้าทายในด้านการขนย้ายสัมภาระและกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ผ่านสถานีรถไฟความเร็วสูงด้วยตนเอง ประกอบกับการบริหารจัดการเวลาคิวรถท้องถิ่นจากซงพานหรือชวนจู่ซื่อเพื่อขึ้นสู่หุบเขาต่อ ซึ่งหากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหนาแน่น อาจมีความยุ่งยากในการจัดหารถเชื่อมต่อและสัมภาระอาจได้รับความเสียหายระหว่างเคลื่อนย้าย
| ขบวนรถ | เวลาออกจากเฉิงตู (Chengdu East) | เวลาถึงสถานีซงพาน (Songpan) | เวลาถึงสถานีหวงหลงจิ่วจ้าย (ชวนจู่ซื่อ) | คำแนะนำในการจัดทริป |
| C5752 | 06:45 น. | ไม่จอดสถานีนี้ | 08:44 น. | แนะนำสูงสุดสำหรับสายลุยเอง: ถึงชวนจู่ซื่อเช้ามาก มีเวลาต่อรถสาธารณะเข้าจิ่วจ้ายโกวถึงก่อนบ่าย |
| C5762 | 09:39 น. | 11:37 น. | 11:50 น. | เป็นรอบกลางวัน เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากตื่นเช้าเกินไป ถึงช่วงเที่ยงพอดี |
| C5756 | 10:20 น. | ไม่จอดสถานีนี้ | 12:20 น. | สำหรับผู้ที่ลงสถานีชวนจู่ซื่อเพื่อต่อรถเข้าอุทยานในช่วงบ่าย |
| C5766 | 14:39 น. | 17:03 น. | 17:20 น. | รอบบ่ายแก่ ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปนอนพักค้างคืนที่ซงพานหรือชวนจู่ซื่อก่อน 1 คืน |
| สถานีต้นทาง | ขบวนรถ | เวลาออกจากสถานี | เวลาถึงเฉิงตู East | คำแนะนำและรายละเอียดการจัดทริปขากลับ |
| สถานีซงพาน (Songpan Station) | C5764 | 13:58 น. | 16:03 น. | รอบบ่ายจากซงพาน: เหมาะสำหรับผู้ที่ออกเดินทางจากจิ่วจ้ายโกวตั้งแต่เช้าตรู่ หรือเลือกแวะเดินเที่ยวเก็บตกในเมืองโบราณซงพานช่วงเช้า เสร็จแล้วเดินทางกลับมาถึงเฉิงตูเพื่อประหยัดเวลาและเตรียมทานมื้อเย็น |
| สถานีหวงหลงจิ่วจ้าย (ชวนจู่ซื่อ) | C5754 | 17:15 น. | 19:15 น. | รอบขากลับยอดนิยม: ขบวนนี้จะออกจากสถานีหลังจากเวลาอุทยานจิ่วจ้ายโกวปิดทำการพอดี ทำให้ผู้เดินทางมีเวลาเดินทางจากหน้าอุทยานมาขึ้นขบวนรถไฟได้อย่างราบรื่นและไม่ต้องเร่งรีบ |
| สถานีซงพาน (Songpan Station) | C5768 | 19:08 น. | 21:28 น. | รอบค่ำจากซงพาน: เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางลงมาจากอุทยานจิ่วจ้ายโกวในช่วงกลางวัน แล้วแวะรับประทานอาหารเย็นรวมถึงเลือกซื้อของฝากที่เมืองโบราณซงพานก่อนจะขึ้นรถไฟกลับเฉิงตู |
| สถานีหวงหลงจิ่วจ้าย (ชวนจู่ซื่อ) | C5758 | 20:10 น. | 22:15 น. | รอบดึกจากชวนจู่ซื่อ: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบริหารเวลาเพื่อเดินเล่น พักผ่อน หรือจัดสรรเวลาสำหรับรับประทานอาหารมื้อเย็นในเขตอำเภอชวนจู่ซื่อให้เรียบร้อยก่อนขึ้นรถไฟเดินทางกลับ |
| เส้นทาง / ขบวนรถ | เวลาออกจากสถานีต้นทาง | เวลาถึงสถานีปลายทาง | คำแนะนำและรายละเอียดการเชื่อมต่อทริป |
| [เที่ยวไป] เฉิงตู East ➡️ ชวนจู่ซื่อ ขบวนรถ: C5752 | 06:45 น. | 08:44 น. | แนะนำสูงสุดสำหรับสายเที่ยวเอง: ขบวนจอดสถานีหวงหลงจิ่วจ้าย (ชวนจู่ซื่อ) ไม่จอดซงพาน ถึงช่วงเช้าทำให้มีเวลาต่อรถเข้าอุทยานได้ทันในช่วงบ่าย |
| [เที่ยวไป] เฉิงตู East ➡️ ซงพาน / ชวนจู่ซื่อ ขบวนรถ: C5762 | 09:39 น. | ซงพาน: 11:37 น. ชวนจู่ซื่อ: 11:50 น. | ขบวนนี้จอดรับส่งทั้งสองสถานี เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการตื่นเช้าจนเกินไป ถึงพื้นที่ปลายทางในช่วงเที่ยงวันพอดี |
| [เที่ยวไป] เฉิงตู East ➡️ ชวนจู่ซื่อ ขบวนรถ: C5756 | 10:20 น. | 12:20 น. | ขบวนจอดสถานีหวงหลงจิ่วจ้าย (ชวนจู่ซื่อ) ไม่จอดซงพาน เหมาะสำหรับการเดินทางเข้าสู่พื้นที่พักผ่อนรอบนอกในช่วงบ่าย |
| [เที่ยวกลับ] ชวนจู่ซื่อ ➡️ เฉิงตู East ขบวนรถ: C5754 | 17:15 น. | 19:15 น. | รอบขากลับยอดนิยม: ออกจากสถานีหวงหลงจิ่วจ้ายหลังจากเวลาอุทยานจิ่วจ้ายโกวปิดทำการพอดี มีเวลาเดินทางจากหน้าอุทยานมาขึ้นขบวนรถไฟได้ทันเวลา |
| [เที่ยวกลับ] ซงพาน ➡️ เฉิงตู East ขบวนรถ: C5764 | 13:58 น. | 16:03 น. | รอบบ่ายจากซงพาน: สำหรับผู้ที่ออกจากจิ่วจ้ายโกวแต่เช้าตรู่ หรือแวะเดินเที่ยวชมเมืองโบราณซงพานในช่วงเช้า เสร็จแล้วเดินทางกลับมาทานมื้อเย็นที่เฉิงตู |
| [เที่ยวกลับ] ซงพาน ➡️ เฉิงตู East ขบวนรถ: C5768 | 19:08 น. | 21:28 น. | รอบค่ำจากซงพาน: เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางลงมาจากจิ่วจ้ายโกวในช่วงกลางวัน แวะรับประทานอาหารและซื้อของฝากที่เมืองโบราณซงพานก่อนกลับเฉิงตู |
| [เที่ยวกลับ] ชวนจู่ซื่อ ➡️ เฉิงตู East ขบวนรถ: C5758 | 20:10 น. | 22:15 น. | รอบดึกจากชวนจู่ซื่อ: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเดินเล่นและรับประทานมื้อเย็นในเขตอำเภอชวนจู่ซื่อให้เรียบร้อยก่อนขึ้นรถไฟกลับเข้าเฉิงตู |
การเดินทางไป จิ่วจ้ายโกว ด้วยรถไฟความเร็วสูงสายใหม่ เป็นทางเลือกที่รวดเร็วและสะดวกมากในปัจจุบัน แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะ “จองตั๋วรถไฟจีนด้วยตัวเอง” นั้น ในทางปฏิบัติจริงจะพบความท้าทายและความยุ่งยากในระบบค่อนข้างมาก โดยเฉพาะระบบการยืนยันตัวตน ช่วงเวลาการเปิดจอง และการแย่งชิงตั๋วในรอบวันเดินทางครับ
ข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับเงื่อนไขและความยากลำบากในการจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงของจีน มีรายละเอียดที่ต้องเตรียมตัวดังนี้ครับ
ตั๋วรถไฟความเร็วสูงของจีนทุกที่นั่งเป็นแบบ “ระบุชื่อจริงและเลขพาสปอร์ต” (Real-Name Ticketing) เพื่อความปลอดภัย หากนักท่องเที่ยวเลือกจองผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการของรถไฟจีน คือ Railway 12306 ขั้นตอนที่ยุ่งยากที่สุดคือการสมัครสมาชิกและการยืนยันตัวตน (Identity Verification) สำหรับชาวต่างชาติ
จีนไม่มีระบบ “ตั๋วรอบสำรอง” สำหรับซื้อหน้างานแบบการันตีที่นั่งในกรณีที่ตั๋วเต็มครับ แต่จะใช้ระบบโควตาและการต่อคิวอิเล็กทรอนิกส์แทน:
ด้วยเงื่อนไขของระบบรถไฟจีนที่ค่อนข้างซับซ้อน มีการจำกัดสิทธิ์ 1 พาสปอร์ตต่อ 1 ที่นั่งต่อขบวนในวันเดียวกัน และต้องใช้ความเร็วสูงมากในการแย่งชิงตั๋วขากลับช่วงเย็น การเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะพลาดตั๋วในรอบเวลาที่วางแผนไว้ครับ
นี่คือเหตุผลที่ทาง TravelProTeam ออกแบบเส้นทางขากลับจากจิ่วจ้ายโกวแบบผสมผสาน Coach + Train โดยทางทีมงานจะรับหน้าที่ในการบริหารจัดการลอจิสติกส์ ผูกระบบข้อมูลพาสปอร์ต และทำการสำรองตั๋วรถไฟความเร็วสูงขากลับเข้าเฉิงตูผ่านช่องทางโควตาและระบบจองล่วงหน้าให้แก่คณะผู้เดินทางทั้งหมดตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องตั๋วเต็ม ตัดขั้นตอนการลงทะเบียนที่วุ่นวาย และทำให้การเดินทางเชื่อมต่อลื่นไหล โดยที่คุณไม่ต้องเผชิญความเครียดในการกดแย่งตั๋วด้วยตัวเองครับ
(Essential Photography Tips: Lens and Filter Guide)
เนื่องจากสีของน้ำในทะเลสาบและผืนป่ารอบอุทยานจิ่วจ้ายโกวจะเปลี่ยนเฉดสีและมิติความเงางามไปตามมุมตกกระทบของแสงแดดตลอดทั้งวัน แนะนำให้เตรียมพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Memory Card) และอุปกรณ์สำรองพลังงาน (Power Bank) ให้พร้อม เพื่อให้คุณสามารถบันทึกภาพทัศนียภาพที่แปรเปลี่ยนไปในแต่ละชั่วโมงได้อย่างครบถ้วน นอกเหนือจากอุปกรณ์พื้นฐานแล้ว การเลือกใช้เลนส์และฟิลเตอร์ที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณได้ภาพถ่ายที่สวยงามสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ดังนี้:
หากคุณกำลังวางแผนเดินทางและต้องการแผนการเดินทางที่ออกแบบเส้นทางอย่างเป็นระบบ มีจังหวะการเดินทางที่ยืดหยุ่น และปลอดภัยสำหรับผู้ร่วมทริปทุกช่วงวัย ทีมงาน TravelProTeam พร้อมให้บริการคำปรึกษา ออกแบบเส้นทาง และดูแลทริปจิ่วจ้ายโกวของคุณให้เป็นไปตามมาตรฐานและความคาดหวังสูงสุด
(Frequently Asked Questions About Jiuzhaigou Travel)
Q: จิ่วจ้ายโกว ตั้งอยู่ที่ไหน? (Where is Jiuzhaigou located?) A: ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ในเขตปกครองตนเองอาป้า (Aba Tibetan and Qiang Autonomous Prefecture) ใกล้กับขอบที่ราบสูงทิเบต ห่างจากตัวเมืองเฉิงตูประมาณ 400 กิโลเมตร
Q: เที่ยว จิ่วจ้ายโกว ช่วงเดือนไหนสวยที่สุด? (When is the best time to visit?) A: ช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม – พฤศจิกายน) เป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีตัดกับน้ำสีฟ้า จึงได้รับความนิยมสูงสุด อย่างไรก็ตาม ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) จะให้ความเขียวชอุ่มและน้ำตกที่ทรงพลัง ส่วนฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) จะเด่นเรื่องวิวหิมะและความสงบ
Q: เส้นทางในอุทยานเหมาะสำหรับผู้สูงอายุหรือไม่? (Is it suitable for senior travelers?) A: เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากภายในอุทยานมีการบริหารจัดการด้วยระบบรถรับส่งที่ทันสมัย และมีเส้นทางเดินไม้ (Boardwalk) ที่เรียบและมั่นคงตลอดทาง ช่วยลดความลาดชันและผ่อนแรงในการเดินได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ต้องวางแผนไม่ให้โปรแกรมเร่งรีบเกินไป
Q: ไฮไลท์จุดไหนบ้างที่ไม่ควรพลาดในอุทยาน? (What are the top must-see spots?) A: จุดสำคัญทางธรรมชาติที่แนะนำ ได้แก่ ทะเลสาบห้าสี (Five Flower Lake), ทะเลสาบยาว (Long Lake), ทะเลสาบกระจก (Mirror Lake), ทะเลสาบแรด (Rhino Lake), น้ำตกนัวรือหลาง (Nuorilang Waterfall) และน้ำตกธารไข่มุก (Pearl Shoal Waterfall)
รูปจิ่วจ้ายโกว สวยๆเพิ่มเติม ดูได้จาก Link : https://www.facebook.com/Jiuzhaigou.Photo/photos
Thank you for reading this post. Don't forget to follow! | express opinions or suggestions
โครันเค (Korankei) ห…
พาครอบครัวไปเก็บภาพค…
Seceda ตั้งอยู่ในอุท…
Lake Carezza หรือ La…
This website uses cookies.